มารู้จัก "ลูกค้อ" กันนะ ^____&


เมื่อนึกย้อนไปเมื่อสมัยเด็ก เงยหน้ามองต้นค้อ..แล้วหน้ามืด เพราะต้นสูงมาก ๆ
แล้วคุณทราบไหมว่า?? เมื่อผลค้อแก่ได้ที่เคยเห็นในไร่เรา จะมีสีน้ำเงิน สีเทาและสีม่วง ผสมรวมกันอยู่นั้น เราสามารถนำมาต้มให้สุก นำเนื้อเทา-ม่วงอมน้ำเงิน จิ้มน้ำตาลทราย รสชาดมัน...มัน หนึบ ๆ อร่อยมาก ๆ ตามประเด็กในสมัยนั้น แต่ควรระวังหม่ำแล้วต้องแปรงฟัน มิฉนั้นฟันจะสีม่วง ๆ ได้หากจะหม่ำให้ได้รสชาด ต้องปลอกเปลือกนิดหนึ่ง เพราะเปลือกจะแข็ง มีกากเล็กน้อยเมื่อรับประทานเข้าไป... แต่ห้ามหม่ำเมล็ดมันนะเพราะแกนในเมล็ดแข็ง ๆ สีเหลืองอ่อนนวล ๆ เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2 เซนติเมตร

หากมันสมบูรณ์มาก ๆ สามารถนำเมล็ดของลูกค้อมายิงเป็นกระสูน หนังสติกได้เลยอ่ะ แต่การได้มาของการต้มผล ต้นค้อหม่ำกัน สมัยนั้นก็ต้องโค่น แบบตัดตอนกันไปเลย ไม่มีมางอกโตใหม่ ไม่มีแน่นอน คอนเฟิร์ม !! หรือไม่ก็รอต้นที่ถูกไฟไหม้โค่นล้มมาเอง...

        

แต่ครั้นฟังคำบอกเล่าจากคุณพ่อชาวไร่ส่วนมาก ก็ไม่ได้มาจะจ้องหม่ำต้นค้อกันเร้อนะ เหมือนได้ลองเพียงครั้ง ลิ้นได้สัมผัสก็หยุดแค่นั้น อีกประเด็นหนึ่งที่หลาย ๆ คนไม่ทราบต้นค้อ ที่โคนลงมาแล้วในส่วนยอดค้ออ่อน ๆ (สีขาวๆเหมือนยอดมะพร้าวเลย) สามารถนำมาแกงเผ็ดใส่หมู 3 ชั้น และ ราดกะทิลงไป โอ้ยย..อร่อยเหาะ หรือจะนำมายำให้แซ่บเวอร์ก็ไม่ผิดหวัง แต่อาจจะมีรสขมเล็กน้อย (คุณแม่ทำให้หม่ำ)

ทุกคนใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติเห็นมันมาคู่และเติบโตมาพร้อมเรา ๆ แหม!! โชคดีนะที่ได้ลิ้มลอง
ถ้าหากไม่คิดมาทำบ้านพักคงไม่ได้มานั่งลำลึกถึงต้นค้อเป็นแน่เชียว ในบางสภาพอากาศที่ไร่
ก็จะแห้งแล้งบ้าง

แต่ต้นค้อก็ยังเจริญเติบโตได้ดี และช่วงก่อนเพาะปลูกพืชไร่ก็มักจะเกิดไฟป่า ลามไหม้เข้ามาที่ดิน ต้นค้อที่อยู่ปลายไร่จะโดนไฟไหม้เป็นประจำ

        

จนปัจจุบันในไร่ของครอบครัว ก็ไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียว และปัจจุบันหายาก...ต้องมาชมต้นเป็น
ที่ เขาค้อ ยังมีให้เห็นอยู่ ซึ่งวันนี้อากาศร้อน ๆ ได้ขับรถขึ้นไป อ.เขาค้อ เพื่อไปเก็บภาพต้นค้อ
ที่เขาค้อมานำเสนอ ในเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 และก็ไม่ลืมจะนำมาโพสต์ลงที่ เฟสบุ๊ค


    ติดต่อทางไลน์ Khwan-PR หรือ Drhouse117

เขาค้อ รีสอร์ท